บทความ

การเปลี่ยนแปลงกฎภาษีมูลค่าเพิ่มของสหภาพยุโรปสำหรับการนำเข้าทุกพัสดุ

การเปลี่ยนแปลงกฎภาษีมูลค่าเพิ่มของสหภาพยุโรปสำหรับการนำเข้าทุกพัสดุ

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จะมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับพัสดุสินค้าทั้งหมดที่นำเข้ามาในสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าไรก็ตาม การส่งมอบสินค้ามูลค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ 150 ยูโร ( ประมาณ 5,400 บาท ) สามารถเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ใน ณ จุดขายโดยใช้ระบบ Import One-Stop-Shop (IOSS) หรือสามารถเรียกเก็บจากลูกค้าปลายทางโดยผู้ดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรหรือ customs declarant 

IOSS

ระบบ IOSS คือ ระบบ ทางเลือก ( ไม่ได้บังคับให้ใช้ ) ที่สหภาพยุโรปได้แนะนำให้ผู้ขายสินค้า ที่มีที่ตั้งอยู่นอกกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคในสหภาพยุโรปใช้ เพื่อช่วยลดความซับซ้อนด้านการชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ที่จะเกิดกับผู้ขายอีคอมเมิร์ซ e-Commerce ที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรป , ลดต้นทุนการขนส่งในส่วนของ Advance payment fee , Disbursement fee ที่ผู้ให้บริการขนส่งอาจเรียกเก็บ

สมาชิก EU มีประเทศอะไรบ้าง ?

ออสเตรีย , เบลเยียม, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก , เดนมาร์ก ,เอสโตเนีย ,ฟินแลนด์ ,ฝรั่งเศส ,เยอรมนี ,กรีซ ,ฮังการี ,ไอร์แลนด์ ,อิตาลี ,ลัตเวีย ,ลิทัวเนีย ,ลักเซมเบิร์ก มอลตา, เนเธอร์แลนด์ ,โปแลนด์ ,โปรตุเกส , โรมาเนีย ,สโลวาเกีย ,สโลวีเนีย ,สเปน และสวีเดน

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกับคุณอย่างไร ?

ตัวอย่างสถานการณ์

ธุรกิจ e-Commerce ของคุณขายถุงเท้า 1 คู่กับลูกค้าที่อาศัยอยู่ในสหภาพยุโรปโดยมีราคาขายเท่ากับ 10 ยูโร หรือประมาณ 360 บาท

ก่อนวันที่ 1 ก.ค. 2564

สามารถส่งสินค้าเข้ากลุ่มประเทศสหภาพยุโรปได้โดยไม่เสียภาษีนำเข้า ( Duty ) และ ภาษีมูลค่าเพิ่มนำเข้า ( Import VAT ) เนื่องจากมูลค่าสินค้าต่ำกว่า De Minimis ( อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ De Minimis ได้ที่นี่ )

หลังวันที่ 1 ก.ค. 2564

พัสดุสินค้าทั้งหมดจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ เวลานำเข้าไม่ว่าสินค้าจะมีมูลค่าเท่าใดก็ตาม โดยอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจะคิดตามอัตราที่กำหนดในแต่ละประเทศที่ผู้ซื้ออยู่อาศัย

หากคุณไม่มีเลข IOSS จะส่งผลอย่างไร ?

ผู้ซื้อสินค้าของคุณในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจะได้รับการเรียกเก็บค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ก่อนที่พัสดุจะถูกจัดส่ง พร้อมกับค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่ผู้ให้บริการขนส่งต้องสำรองเงินชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับศุลกากรไปก่อน ซึ่งเป็นเงินจำนวนประมาณ 2.5% ของจำนวนเงินที่สำรองจ่ายไปก่อน หรือขั้นต่ำประมาณ 450-600 บาท 

แล้วจะมีเลข IOSS ได้อย่างไร ?

1. สำหรับผู้ขายที่ขายสินค้าบน Market Place เช่น Amazon , Esty สามารถขอเลข IOSS จาก Marketplace มาใช้ในขณะที่ทำการสร้าง Shipment ได้เลย หรือ กรณีที่ Market Place ไม่มีเลข IOSS ให้ ให้ดูข้อถัดไป

2. สำหรับผู้ขายที่ส่งพัสดุกับ Karton Express สามารถเลือกบริการขนส่งแบบ Tax Worry Free ได้ ซึ่ง Karton Express จะใช้หมายเลข IOSS Karton Express ในการแสดงต่อศุลกากรที่ประเทศปลายทางให้แทน

3. สำหรับผู้ขายที่ต้องการมีหมายเลข IOSS เป็นของตัวเอง Karton Express มีบริการจดทะเบียนหมายเลข IOSS พร้อมทั้งการทำบัญชีรายเดือน เพื่อส่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับรัฐบาลของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ( อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจดทะเบียน ได้ที่นี่ )

ติดตามข่าวสารใหม่ๆ จาก Karton

Subscribe for our daily News

พื้นที่โฆษณาฟรี

สำหรับพาร์ทเนอร์

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เข้ารับพัสดุฟรี!!ที่หน้าบ้านลูกค้า + ราคาถูก + ใช้เวลาเดินทางเพียง 3 วัน ... อ่านต่อ
Jeranon Limprasert

1 month ago

เราให้คำแนะนำและช่วยรีแพ็คฟรี!! + เข้ารับพัสดุฟรี!!ที่หน้าบ้านลูกค้า ... อ่านต่อ
Jeranon Limprasert

2 months ago

เราให้คำแนะนำและช่วยรีแพ็คฟรี!! + เข้ารับพัสดุฟรี!!ที่หน้าบ้านลูกค้า ... อ่านต่อ
Jeranon Limprasert

2 months ago

0
    0
    ตะกร้าสินค้า
    ยังไม่มีสินค้าในตะกร้ากลับไปหน้ารายการสินค้า